ERP คืออะไร? ระบบบริหารจัดการหัวใจหลักที่องค์กรควรรู้จัก

ERP คืออะไร? ระบบบริหารจัดการหัวใจหลักที่องค์กรควรรู้จัก

ปัจจุบัน การบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพคือความท้าทายสำคัญ ซอฟต์แวร์ ERP คือ โซลูชันที่เข้ามาช่วยรวบรวมข้อมูลและเชื่อมโยงการทำงานของทุกแผนกเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ เปรียบเสมือนหัวใจหลักที่ทำให้กระบวนการทำงานราบรื่น โดยบทความนี้ ภัทร โปรเกรส (Bhatara Progress) ผู้ให้บริการ Solution สำหรับองค์กรแบบครบวงจร จะพาคุณไปทำความรู้จักกับระบบ ERP อย่างเจาะลึก ว่ามีองค์ประกอบ ประโยชน์ และมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้และยกระดับศักยภาพการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

 ERP คือ

ระบบ ERP คืออะไร

ERP (Enterprise Resource Planning System) คือ ระบบซอฟต์แวร์ที่เข้ามามีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถการบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ผ่านการเชื่อมโยงการทำงานของทุกแผนกเข้าด้วยกัน เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยวางรากฐานให้กับองค์กร เพื่อกำหนดเป้าหมายและประยุกต์ใช้กับการทำงานทุกภาคส่วนตามแบบฉบับของ Digital Transformation ทำให้การจัดการข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และโปร่งใส ลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของระบบ ERP คือ

การนำโปรแกรม ERP มาประยุกต์ใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการทำงานในแต่ละวัน แต่ยังส่งผลดีต่อภาพรวมขององค์กรในมิติอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวบรวมข้อมูลจากทุกแผนก ลดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน และช่วยให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • ตัดสินใจได้ง่ายดายขึ้น เพราะระบบ ERP มาพร้อม Dashboard ที่แสดงข้อมูลของธุรกิจแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์แนวโน้มและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ ผ่านการทำงานร่วมกับระบบ AI และ Microsoft Copilot
  • ควบคุมต้นทุนและเพิ่มกำไร การมีข้อมูลต้นทุนที่ชัดเจนจากระบบ ERP จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสียและต้นทุนที่ไม่จำเป็น และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มกำไรจากธุรกิจ
  • สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า จากบริการลูกค้าอย่างราบรื่น ทั้งความรวดเร็วในการจัดส่ง การติดตามสถานะสินค้า หรือการบริการหลังการขาย ซึ่งช่วยตอบสนองความต้องการและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด
  • เห็นภาพรวมธุรกิจแบบ Real-time ผู้บริหารสามารถดึงข้อมูลเชิงลึกมาตัดสินใจและวางกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ
  • ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) เปลี่ยนการทำงานแบบ Manual มาเป็นระบบ Automation

ประเภทของระบบ ERP ในปัจจุบัน

เราสามารถแบ่งการทำงานของระบบ ERP ได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

On-Premise ERP

On-Premise ERP คือระบบที่ติดตั้งและใช้งานภายในองค์กรได้โดยตรง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บใน Data Center ขององค์กร เพื่อควบคุมความปลอดภัยและโครงสร้างระบบอย่างเต็มที่ เหมาะกับธุรกิจที่มีข้อกำหนดเฉพาะด้านหรือมีทีม IT ภายในที่พร้อมดูแลระบบตลอดเวลา

Cloud-based ERP

Cloud-based ERP คือระบบที่ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต โดยจัดเก็บข้อมูลใน Data Center ของผู้ให้บริการ ERP องค์กรจึงไม่ต้องลงทุนด้านฮาร์ดแวร์และสามารถเข้าถึงระบบได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะกับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นและทำงานแบบรีโมต

ระบบ ERP คือ AI & Analytics

ธุรกิจใดบ้างที่ควรใช้ระบบ ERP

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ระบบ ERP คือ สิ่งที่สงวนไว้สำหรับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจหลากหลายประเภทและขนาดสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น

  • ธุรกิจโรงงานและการผลิต ต้องควบคุมสายการผลิตและวัตถุดิบ การใช้โปรแกรม ERP โรงงานจะช่วยลดต้นทุนส่วนเกินได้อย่างชัดเจน
  • ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ต้องการบริหารสต็อกสินค้าหน้าร้านและคลังสินค้าหลายสาขา
  • ธุรกิจบริการและโลจิสติกส์ ต้องการติดตามสถานะการจัดส่ง และบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
  • ธุรกิจ SMEs ที่กำลังเติบโต ต้องการวางรากฐานระบบหลังบ้านให้แข็งแกร่งเพื่อเตรียมพร้อมขยายสเกลธุรกิจ

ค่าใช้จ่ายของระบบ ERP ประมาณเท่าไหร่ 

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ ERP นั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ จำนวนผู้ใช้งาน และประเภทของระบบ (Cloud หรือ On-Premise) โดยทั่วไปสำหรับธุรกิจระดับ SMEs อาจเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ หลักแสน ต่อปีสำหรับการเช่าใช้แบบ Cloud-based ส่วนองค์กรขนาดใหญ่ที่มีกระบวนการทำงานซับซ้อนและต้องการระบบแบบเฉพาะเจาะจง อาจมีค่าใช้จ่ายในการวางระบบเริ่มต้นที่หลักแสน บาท ไปจนถึง 3 ล้านบาท

4 คุณสมบัติของระบบ ERP ที่โซลูชันยุคใหม่ควรมี

ระบบ ERP ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบบริหารจัดการ แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ด้วยการพัฒนาที่สามารถตอบโจทย์การทำงานแบบยืดหยุ่นและรวดเร็ว ผ่านคุณสมบัติหลัก 4 ข้อ ได้แก่

1. Cloud-Based

ระบบ ERP คือ การทำงานบนคลาวด์ที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลและระบบต่าง ๆ สามารถทำได้จากทุกที่ทุกเวลาเพียงแค่เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน ปรับเปลี่ยนการใช้งานตามต้องการ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจยุคใหม่

2. AI & Analytics

การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงเข้ามาใช้ในระบบ ERP จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแม่นยำ พร้อมการคาดการณ์แนวโน้มทางธุรกิจ ทั้งยอดขายและความต้องการของตลาด ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อให้คุณสามารถปรับกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม

3. Integration

ระบบ ERP ยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบหรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดายและไร้รอยต่อ เพื่อรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งไว้ในที่เดียว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้อย่างเหมาะสม

4. Mobile-Friendly

ด้วยการออกแบบที่รองรับการใช้งานผ่านมือถือ ทำให้ปัจจุบันผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบ ERP ได้จากทุกที่ทุกเวลา เพื่อการตรวจสอบสถานะงาน การอนุมัติคำสั่งซื้อ หรือการติดตามผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว

ยกระดับการทำงานในธุรกิจด้วย AI และ Automation บนระบบ ERP

ระบบ ERP คือโซลูชันที่ผสมผสานการทำงานร่วมกับ AI และ Automation เพื่อให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติเด่น ดังนี้

  • Automated Workflows ลดงานที่ไม่จำเป็น และอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย เช่น การป้อนข้อมูล การจัดการใบสั่งซื้อ และการตรวจสอบสินค้าคงคลัง
  • AI-Driven Insights ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจแบบเรียลไทม์เพื่อให้นักธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขึ้น
  • Predictive Analytics ใช้ AI คาดการณ์แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมลูกค้า
  • Chatbots & Virtual Assistants โปรแกรมตอบคำถามและให้บริการลูกค้าด้วยระบบอัตโนมัติ
  • Machine Learning (ML) ระบบที่ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจผ่านเรียนรู้จากข้อมูลที่ผ่านมา

ERP กับการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ (Sustainability)

ERP ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการบริหารจัดการธุรกิจที่ทันสมัย แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตยั่งยืน ด้วยการประยุกต์ใช้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม ESG เช่น

  • ลดการใช้ทรัพยากร ระบบ ERP ช่วยให้ธุรกิจจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสียและการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง
  • การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสิ่งแวดล้อม ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • ลด Carbon Footprint โปรแกรม ERP สามารถช่วยบริหารระบบโลจิสติกส์และ Supply Chain ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน วิเคราะห์และเลือกใช้วัสดุเพื่อการผลิตสินค้าที่สามารถรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่ได้

เลือกโปรแกรม ERP อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ

การเลือกใช้งานระบบ ERP ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ย่อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในองค์กรได้ เพราะระบบ ERP ที่เหมาะสมจะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกแผนกเพื่อการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนี่คือขั้นตอนการเลือกระบบ ERP ที่เหมาะสมกับธุรกิจ

  • วิเคราะห์ความต้องการขององค์กร ระบุความต้องการด้านการทำงานในแต่ละแผนก เพื่อเลือกโมดูลที่ตรงกับการใช้งานของธุรกิจ
  • กำหนดงบประมาณและทรัพยากร เพื่อติดตั้งระบบ ERP ที่เหมาะสมกับขนาดขององค์กร โดยพิจารณาทั้งค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง การฝึกอบรมพนักงาน และการบำรุงรักษาระบบในระยะยาว
  • เปรียบเทียบระบบ ERP ทั้งในด้านคุณสมบัติเด่น ความยืดหยุ่น การเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ และความสามารถด้านการรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
  • วางแผนการใช้งาน โดยครอบคลุมตั้งแต่การอบรมพนักงาน การตรวจสอบ การบำรุงรักษา การอัปเดตระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อการใช้งานระบบ ERP อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ความสามารถในการเชื่อมต่อ (Integration) พิจารณาว่าระบบใหม่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือเดิม เช่น Microsoft 365, โปรแกรมบัญชี ERP ที่องค์กรใช้อยู่ได้หรือไม่

แนะนำโปรแกรม ERP ที่นิยมธุรกิจเลือกใช้งาน

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาโปรแกรม ERP ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน Microsoft Dynamics 365 ถือเป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมมากสำหรับธุรกิจทุกขนาด เพราะรวมทุกอย่างที่ธุรกิจต้องใช้ไว้ในที่เดียว ทั้งการเงิน การขาย และการจัดการซัพพลายเชน นอกจากนี้สำหรับธุรกิจที่ต้องการโซลูชันเฉพาะด้าน ยังสามารถเลือกระบบที่เจาะจงลงไปได้ เช่น Business Central สำหรับธุรกิจขนาดกลาง หรือ Dynamics 365 Finance and Operations สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างซับซ้อน

ข้อดีของ Microsoft Dynamics 365 ให้แบบเข้าใจง่าย ดังนี้

  1. รวมทุกฟังก์ชันในที่เดียว ทั้งการเงิน การขาย การตลาด การบริการลูกค้า และการจัดการซัพพลายเชน ทำให้ธุรกิจไม่ต้องใช้หลายระบบซ้อนกัน
  2. ปรับแต่งได้ตามธุรกิจ สามารถเลือกโมดูลที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ และปรับ workflow ให้ตรงกับกระบวนการทำงาน
  3. เชื่อมต่อกับเครื่องมือ Microsoft เช่น Office 365, Teams, Power BI ทำให้ข้อมูลและเอกสารทำงานร่วมกันได้ง่าย
  4. เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทุกทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดได้ทันที ช่วยตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำ
  5. รองรับการทำงานบนคลาวด์ ใช้งานจากที่ไหนก็ได้ ลดข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ และช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันง่ายขึ้น
 ERP System คือ รายงานทางธุรกิจ

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่า ควรอัปเกรดโปรแกรม ERP

  • ระบบล้าสมัยเกินไป ระบบ ERP ที่ใช้อยู่ไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AI, ระบบอัตโนมัติ, หรือการใช้งานแบบ Cloud-based ได้
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม ทำงานช้า หรือไม่สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ต้นทุนในการดูแลรักษาสูง เช่น ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรืออะไหล่ซอฟต์แวร์หายาก
  • ไม่รองรับการขยายธุรกิจ ซึ่งรวมตั้งแต่การเปิดสาขาใหม่ เพิ่มสายการผลิต หรือเพิ่มพนักงาน

การใช้งาน ERP และติดตั้งระบบที่จำเป็นในยุคดิจิทัลกับ Bhatara Progress

ระบบ ERP ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการทรัพยากรในองค์กร แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยผลักดันธุรกิจให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ทำให้ระบบ ERP คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งนำไปสู่การยกระดับธุรกิจให้พร้อมแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

Bhatara Progress เรายินดีให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ ERP ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ พร้อมเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น LS Retail, Veeam Backup หรือ Cisco เพื่อช่วยให้ธุรกิจคุณมุ่งสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ERP คือ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบ ERP

ERP ในไทยมีอะไรบ้าง?

ERP คือระบบที่นิยมใช้ในประเทศไทย โดยมีให้เลือกมากมายขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ เช่น SAP ERP, Oracle ERP, Microsoft Dynamics 365, Odoo ERP, Ecount ERP และ Epicor 

ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ ERP มีอะไรบ้าง

ต้นทุนหลักที่ธุรกิจต้องใช้สำหรับติดตั้งระบบ ERP แบ่งเป็น ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ค่าเซิร์ฟเวอร์หรือ Cloud Service ค่าที่ปรึกษา ค่าพัฒนาและปรับแต่งระบบ ค่าฝึกอบรม และค่าบำรุงรักษาระบบระยะยาว

ระบบ ERP แตกต่างจากโปรแกรมบัญชีทั่วไปอย่างไร

โปรแกรมบัญชีทั่วไปจะโฟกัสเฉพาะการบันทึกรายรับรายจ่ายและการเงินของบริษัทเท่านั้น แต่ ระบบ ERP จะครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดของธุรกิจ ตั้งแต่ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย สต็อกสินค้า ไปจนถึงฝ่ายบุคคล ทำให้ข้อมูลทุกแผนกเชื่อมโยงถึงกันแบบเรียลไทม์

การติดตั้งโปรแกรม ERP ใช้ระยะเวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาในการติดตั้ง ระบบ ERP ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและขนาดขององค์กร หากเป็นระบบ Cloud ERP สำเร็จรูปอาจใช้เวลาเพียง 1-3 เดือน แต่หากเป็นการวางระบบใหญ่และต้องปรับแต่งฟีเจอร์ให้เข้ากับกระบวนการทำงานเฉพาะของบริษัท อาจใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป

พนักงานจะใช้งานระบบ ERP ยากหรือไม่

ในปัจจุบันผู้พัฒนา โปรแกรม ERP ได้ออกแบบหน้าตาการใช้งาน (User Interface) ให้เป็นมิตรและเข้าใจง่ายมากขึ้น หากองค์กรมีการจัดอบรม (Training) อย่างเป็นระบบ พนักงานจะสามารถปรับตัวและเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

หากบริษัทมีระบบหรือโปรแกรมเดิมอยู่แล้ว สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP ใหม่ได้หรือไม่

สามารถทำได้ โดยทั่วไปผู้ให้บริการสามารถใช้ API หรือเครื่องมือ Integration ในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง ระบบ ERP ใหม่เข้ากับซอฟต์แวร์เดิมที่บริษัทใช้งานอยู่ ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องทิ้งข้อมูลเก่า แต่สามารถดึงมาประมวลผลร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ติดต่อเราได้ที่ Contact Us 

หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่าง 

โทร: 02 732 2090

Email: marketing@bhatarapro.com

LINE: @bhataraprogress

แหล่งอ้างอิง

n.d. What is Enterprise Resource Planning (ERP)?. IBM . https://www.ibm.com/think/topics/enterprise-resource-planning