Data Security คืออะไร สรุปความต่างจาก Data Privacy

Data Security คืออะไร

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของธุรกิจ ภัยคุกคามทางไซเบอร์และการบังคับใช้กฎหมาย PDPA ทำให้องค์กรต้องตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอย่างมาก บทความนี้ ภัทร โปรเกรส (Bhatara Progress) ผู้ให้บริการ Solution สำหรับองค์กรแบบครบวงจร จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Data Security คืออะไร และมีความแตกต่างจาก Data Privacy อย่างไร เพื่อให้ธุรกิจสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ระดับสากล

Data Security คืออะไร

Data Security คือ กระบวนการ มาตรการ และเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูลดิจิทัลจากการถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การทำลาย การดัดแปลงแก้ไข หรือการนำไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การดูแลข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่บนระบบ Server ในองค์กร (On-Premise) ข้อมูลบนอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoints) ไปจนถึงข้อมูลที่วิ่งอยู่บน Cloud Server โดยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลนี้จะโฟกัสเจาะจงไปที่การสร้างเกราะป้องกันให้กับ “ตัวข้อมูล” โดยตรง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งภายใต้ร่มใหญ่ของ Cyber Security ที่คอยดูแลภาพรวมของทั้งเครือข่ายและระบบปฏิบัติการไม่ให้ถูกคุกคาม

องค์ประกอบสำคัญของ Data Security

รากฐานที่ทำให้ Data Security คือมาตรฐานที่ทุกองค์กรต้องมี ประกอบไปด้วยหลักการ 3 ประการ หรือที่วงการไอทีรู้จักกันในชื่อ CIA Triad ได้แก่

  • Confidentiality (การรักษาความลับ) การทำให้มั่นใจว่าข้อมูลจะถูกเข้าถึงและอ่านได้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เท่านั้น เช่น การเข้ารหัสผ่าน การตั้งค่าสิทธิ์ผู้ใช้งาน
  • Integrity (ความถูกต้องครบถ้วน) การป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกดัดแปลง ลบ หรือแก้ไขโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ หรือแม้แต่ความผิดพลาดของระบบ เพื่อให้ข้อมูลนั้นเชื่อถือได้เสมอ
  • Availability (ความพร้อมใช้งาน) ข้อมูลและระบบต้องพร้อมให้ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ซึ่งการเลือกใช้ผู้ให้บริการคลาวด์ที่มีเสถียรภาพสูง ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยการันตีความพร้อมใช้งานของข้อมูลธุรกิจได้เป็นอย่างดี

Data Privacy คืออะไร

เมื่อเข้าใจแล้วว่า Data Security คือการสร้างเกราะป้องกันข้อมูล ลำดับถัดมาคือการทำความเข้าใจ Data Privacy หรือ “ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล” ซึ่งเป็นประเด็นที่มีบทบาทอย่างมากนับตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) ในประเทศไทย

Data Privacy หมายถึง สิทธิในการควบคุมว่า ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) จะถูกจัดเก็บ นำไปใช้ หรือเปิดเผยอย่างไร ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลต้องได้รับทราบและให้ความยินยอม (Consent) ก่อนที่องค์กรจะนำข้อมูลเหล่านั้นไปประมวลผล หัวใจหลักของเรื่องนี้คือ “ความโปร่งใส” และ “การเคารพสิทธิ” ของเจ้าของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ประวัติการซื้อสินค้า หรือข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน

Data Security ต่างจาก Data Privacy อย่างไร

หลายองค์กรยังคงสับสนและใช้สองคำนี้สลับกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองเรื่องมีจุดโฟกัสที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การแยกความแตกต่างระหว่าง Data Privacy และ Data Security คือกุญแจสำคัญในการวางนโยบายไอทีของบริษัท

หัวข้อเปรียบเทียบData SecurityData Privacy
เป้าหมายหลักป้องกันข้อมูลจากการถูกโจมตี แฮ็กเกอร์ หรือมัลแวร์คุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล และใช้ข้อมูลให้ถูกวัตถุประสงค์
สิ่งที่โฟกัสเครื่องมือ เทคโนโลยี และกระบวนการเชิงเทคนิค (IT & Tech)นโยบาย ข้อกฎหมาย สัญญา และการขอความยินยอม (Legal & Policy)
ภัยคุกคามหลักการเจาะระบบ, Ransomware, ข้อมูลรั่วไหล (Data Breach)การนำข้อมูลลูกค้าไปขายต่อ, การส่ง SMS สแปมโดยไม่ได้ขออนุญาต
ตัวอย่างการใช้งานการติดตั้ง Firewall, การเข้ารหัสฐานข้อมูล, การใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้นการทำหน้าต่าง Cookie Consent บนเว็บไซต์, การกำหนด Privacy Policy

1. จุดประสงค์และเป้าหมาย (Focus & Goal)

Data Security จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเกราะ “ป้องกันข้อมูล” จากภัยคุกคามภายนอกและภายใน เช่น แฮ็กเกอร์ มัลแวร์ หรือความผิดพลาดของระบบ ในขณะที่ Data Privacy จะโฟกัสไปที่ “สิทธิในการควบคุม” ของเจ้าของข้อมูล ว่าใครจะสามารถเข้าถึง นำไปใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นได้บ้าง และต้องดำเนินการให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้เท่านั้น

2. มาตรการและเครื่องมือ (Measures & Tools)

ในการบรรลุเป้าหมายของ Data Security คือการนำเครื่องมือเชิงเทคนิคมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Firewall, โปรแกรม Antivirus, การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) หรือการใช้บริการคลาวด์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ส่วน Data Privacy จะขับเคลื่อนด้วยนโยบาย ข้อบังคับทางกฎหมาย (เช่น PDPA) สัญญาข้อตกลง และกระบวนการขอความยินยอม (Consent) จากผู้ใช้งาน

3. ความสัมพันธ์ที่แยกกันไม่ได้

แม้จะมีจุดโฟกัสที่ต่างกัน แต่ทั้งสองสิ่งนี้ทำงานเกื้อหนุนกัน ประโยคคลาสสิกที่มักใช้อธิบายความสัมพันธ์นี้ในโลกเทคโนโลยีคือ “องค์กรสามารถมี Data Security ได้โดยที่ไม่มี Data Privacy แต่องค์กรไม่สามารถมี Data Privacy ได้เลย หากปราศจาก Data Security” เพราะถ้าข้อมูลถูกแฮ็กและหลุดรอดออกไปได้ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก็สูญเสียไปในทันที

ทำไมองค์กรถึงต้องทำ Data Security

ทำไมองค์กรถึงต้องทำ Data Security คู่กับ Data Privacy

สำหรับธุรกิจ B2B ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ใช้งานระบบ ERP หรือ CRM ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ฐานข้อมูลของคุณคือเป้าหมายชั้นดีของอาชญากรไซเบอร์ การทำ Data Security คือสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับ Data Privacy อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุผลสำคัญตามมุมมองของกฎหมาย PDPA ดังนี้:

  • ป้องกันความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียง หากเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล (Data Breach) องค์กรไม่เพียงแต่มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ หรือถูกเรียกค่าไถ่จาก Ransomware แต่ยังต้องเผชิญกับวิกฤตความศรัทธา ซึ่งอาจทำให้สูญเสียลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจไปอย่างถาวร
  • หลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมาย กฎหมาย PDPA บังคับให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม หากละเลยจนข้อมูลของลูกค้ารั่วไหล องค์กรจะมีความผิดและต้องเผชิญกับโทษปรับทางปกครอง โทษทางอาญา รวมถึงการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง
  • สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน องค์กรที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีมาตรฐานการปกป้องข้อมูลระดับสูง จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าองค์กร (B2B) ด้วยกันมากกว่า เพราะความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของข้อมูลคือปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกคู่ค้าในยุคนี้
  • รองรับการขยายตัวของธุรกิจอย่างยั่งยืน การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับ ระบบ Server ในองค์กร ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ จะช่วยให้องค์กรสามารถสเกลธุรกิจและนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย

4 วิธีจัดการ Data Security เพื่อปกป้อง Data Privacy อย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ IT องค์กร ขอแนะนำ 4 แนวทางปฏิบัติหลักที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยข้อมูล ดังนี้

1. การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)

การเข้ารหัสข้อมูลเปรียบเสมือนการใส่กุญแจล็อคกล่องสมบัติ แม้แฮ็กเกอร์จะเจาะระบบเข้ามาขโมยไฟล์ไปได้ แต่ก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลข้างในได้หากไม่มีคีย์ถอดรหัส องค์กรควรทำการเข้ารหัสทั้งข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ (Data at Rest) และข้อมูลที่กำลังถูกส่งผ่านเครือข่าย (Data in Transit)

2. การจัดการสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control และ IAM)

วิธีที่เบสิกแต่ทรงพลังที่สุดในการทำ Data Security คือการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Role-Based Access Control) พนักงานควรเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานของตนเองเท่านั้น รวมถึงควรบังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication – MFA) เพื่อป้องกันกรณีรหัสผ่านหลุดรอดไป

3. การสำรองข้อมูลและการกู้คืน

เมื่อต้องเผชิญกับ Ransomware หรือภัยพิบัติทางเทคโนโลยี การมีระบบสำรองข้อมูลที่แข็งแกร่งคือทางรอด องค์กรควรใช้กฎ 3-2-1 ในการสำรองข้อมูล และควรพิจารณาการแบ็กอัปข้อมูลขึ้นสู่ระบบคลาวด์ระดับองค์กร เช่น การใช้พื้นที่จัดเก็บที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงบน Azure Cloud ซึ่งมีระบบ Disaster Recovery ระดับสากลรองรับ ช่วยให้ธุรกิจสามารถกู้คืนข้อมูลและกลับมาดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว

4. การฝึกอบรมให้ความรู้พนักงาน

ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดของการทำ Data Security คือ “มนุษย์” พนักงานที่ขาดความรู้ความเข้าใจอาจตกเป็นเหยื่อของการทำ Phishing Email หรือเผลอดาวน์โหลดมัลแวร์เข้าสู่เครือข่ายบริษัท องค์กรจึงต้องจัดอบรมให้พนักงานตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์และเข้าใจถึงความสำคัญของ Data Privacy อย่างสม่ำเสมอ

สรุปเกี่ยวกับ Data Security คือ

Data Security คือส่วนสำคัญที่องค์ไม่ควรมองข้าม

Data Security คือรากฐานเชิงเทคนิคในการปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัยจากภัยคุกคาม ในขณะที่ Data Privacy คือการบริหารจัดการข้อมูลให้ถูกต้องตามกฎหมายและเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูล ทั้งสองสิ่งนี้ต้องทำงานสอดประสานกัน องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการวางระบบความปลอดภัยที่รัดกุม ย่อมสร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

Bhatara Progress เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา ระบบโปรแกรม ERP สำหรับองค์กร เรามีประสบการณ์ในการช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานด้วยบนระบบดิจิทัล จึงส่งผลให้ Bhatara Progress มีความรอบรู้ในการจัดการความปลอดภัยให้กับ data ยิ่งกว่าผู้ให้บริการทั่วไป ด้วยโซลูชันที่ครบวงจรตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ การเลือกระบบที่เหมาะสม การติดตั้งและปรับแต่ง ไปจนถึงการฝึกอบรมและให้การสนับสนุนหลังการขาย เรามีความเชี่ยวชาญในระบบชั้นนำอย่าง Microsoft Dynamics 365 Supply Chain Management , Dynamics 365 Business Central และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Data Security

Data Security กับ Cyber Security ต่างกันอย่างไร

Cyber Security คือกรอบการทำงานขนาดใหญ่ที่ปกป้องทั้งระบบ เครือข่าย ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ทั้งหมดขององค์กร ส่วน Data Security คือ สาขาย่อยที่มุ่งเน้นเจาะจงไปที่การปกป้อง “ตัวข้อมูลดิจิทัล” ล้วนๆ ไม่ให้ถูกขโมย หรือถูกทำลาย

องค์กรทำแค่ Data Security อย่างเดียว โดยไม่สนใจ Data Privacy ได้หรือไม่

ไม่ได้อย่างเด็ดขาด แม้ระบบเซิร์ฟเวอร์จะปลอดภัยจากการถูกแฮ็กสูงสุด แต่หากองค์กรนำข้อมูลของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือนำไปขายต่อโดยไม่ได้รับความยินยอม ก็ถือว่าละเมิด Data Privacy และมีความผิดตามกฎหมาย PDPA ทันที

การย้ายข้อมูลไปไว้บนคลาวด์ ปลอดภัยกว่าการเก็บไว้เองหรือไม่

การใช้ Cloud Server จากผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง Azure Cloud มักมีความปลอดภัยสูงกว่าการดูแลเซิร์ฟเวอร์เองสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ เนื่องจากมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับโลกคอยอัปเดตระบบและเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม องค์กรก็ยังต้องตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลให้ถูกต้องตามหลักการที่เหมาะสมอยู่เสมอ

ติดต่อเราได้ที่ Contact Us 

หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่าง 

โทร: 02 732 2090

Email: marketing@bhatarapro.com

LINE: @bhataraprogress