
‘เซิร์ฟเวอร์ของเราเอง = ปลอดภัยกว่า’ ความเชื่อนี้อาจเป็นข้อเท็จจริงที่นักธุรกิจมองเห็นในอดีต แต่ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว และแฮกเกอร์มีเทคนิควิธีการจู่โจมที่ทันสมัย การพึ่งพาทีม IT ภายในองค์กรเพียงไม่กี่คนในการป้องกันภัยคุกคามอาจไม่เพียงพอ Cloud Server จึงถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันภัยคุกคามระดับโลก โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญทำงานตลอด 24/7 และใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับและป้องกันการโจมตีแบบเรียลไทม์
บทความนี้ ภัทร โปรเกรส (Bhatara Progress) ผู้ให้บริการ Solution สำหรับองค์กรแบบครบวงจร จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Cloud Server คืออะไร ตั้งแต่ประเภท หลักการทำงาน ไปจนถึงประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับ พร้อมแนะนำผู้ให้บริการชั้นนำที่น่าสนใจ
Cloud Server คืออะไร
Cloud Server คือระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือน (VPS Cloud) ที่ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้สามารถเข้าถึง CPU, RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลา รองรับการปรับขนาดทรัพยากรตามความต้องการขององค์กร โดยไม่ต้องลงทุนในระบบ NAS (Network Attached Storage) SAN (Storage Area Network) หรือสร้าง Data Center เป็นของตัวเองในราคาแพง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการและโซลูชันด้านระบบ IT ที่นี่
ข้อดีและข้อจำกัดของ Cloud Server คือ
การตัดสินใจย้ายระบบมาใช้งาน Cloud Server ถือเป็นก้าวสำคัญของธุรกิจ แม้จะมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่องค์กรควรนำมาพิจารณาดังนี้
ข้อดีของ Cloud Server คือ
- ประหยัดต้นทุน: จ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go) ไม่ต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์ราคาสูง หรือเสียค่าบำรุงรักษาและค่าไฟ
- ยืดหยุ่นสูง: สามารถเพิ่มหรือลดขนาดทรัพยากร (CPU, RAM, Storage) ได้ทันทีเมื่อธุรกิจขยายตัวหรือมีความต้องการเปลี่ยนไป
- เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา: พนักงานสามารถทำงานและเข้าถึงข้อมูลได้จากทั่วโลก เพียงแค่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- ความเสถียรและปลอดภัยสูง: มีระบบ Backup ข้อมูลอัตโนมัติ และมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน IT คอยเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อจำกัดของ Cloud Server คือ
- ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก: หากระบบอินเทอร์เน็ตขององค์กรขัดข้อง จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ได้
- ความท้าทายในการย้ายระบบ: การย้ายฐานข้อมูลเดิม (Migration) ขึ้นสู่ระบบ Cloud อาจมีความซับซ้อน และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
Cloud Server vs Server ทั่วไป เลือกแบบไหนดีกว่า ?
เมื่อธุรกิจต้องเลือกระหว่างการใช้งาน Cloud Server กับ Server แบบดั้งเดิม เราขอให้คุณมาดูตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักระหว่าง Server 2 รูปแบบ ดังนี้
| คุณสมบัติ | Cloud Server | Server ทั่วไป |
| ต้นทุน | ค่าใช้จ่ายต่ำ จ่ายตามการใช้งานจริง ลดค่าไฟ/บำรุงรักษา | ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ สำหรับฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ |
| ความยืดหยุ่น | ปรับขนาดได้ทันที เหมาะกับองค์กรที่กำลังเติบโต | ขยายยาก ใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูง และขั้นตอนซับซ้อน |
| ความปลอดภัย | ความปลอดภัยสูงระดับมาตรฐานสากล มีการสำรองข้อมูล | องค์กรควบคุมเอง 100% จึงมีความเสี่ยงถ้าหากดูแลไม่ดี |
| การเข้าถึง | สามารถใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านอินเทอร์เน็ต | จำกัดพื้นที่การเข้าถึง มักใช้งานได้เฉพาะในองค์กร |
ประเภทของ Cloud Server
การเลือกใช้ Cloud Server ควรพิจารณาจากความต้องการของธุรกิจ โดยเราสามารถแบ่ง Server เป็นหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจประเภทของ Cloud Server จะช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้และเชื่อมต่อกับ Network ภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Public Cloud Server
Public Cloud Server ระบบคลาวด์แบบสาธารณะที่ถูกบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที ผู้ใช้งานสามารถใช้งานร่วมกันได้ ในราคาประหยัด เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง
Private Cloud Server
Private Cloud Server ระบบ Cloud ที่จัดสรรทรัพยากรองค์กรเพียงรายเดียว เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูง หรือต้องการควบคุมข้อมูลเป็นพิเศษ และถึงแม้จะมีต้นทุนที่สูงกว่า Public Cloud Server แต่ก็ให้ความยืดหยุ่นที่ดีกว่า
Hybrid Cloud Server
Hybrid Cloud Server ระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ผสมผสานระหว่าง Public และ Private Cloud ที่ช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บและเคลื่อนย้ายข้อมูลสำคัญระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่นสูง และปลอดภัย

ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ด้วย Total Business Solutions ของเรา คลิก
Cloud Server มีหลักการทำงานอย่างไร
Cloud Server ทำงานโดยใช้เทคโนโลยี Virtualization เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่องให้เป็นเซิร์ฟเวอร์เสมือนหลายเครื่อง โดยแต่ละเซิร์ฟเวอร์สามารถทำงานแยกจากกันได้อย่างอิสระ และใช้ระบบ Hypervisor เป็นตัวกลางที่ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากร เช่น CPU, RAM, และ Storage ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยผ่านระบบ Cyber Security ที่แข็งแรง
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หลักการทำงานของ Cloud Server มีขั้นตอนดังนี้
- ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์หลัก (Physical Host): ผู้ให้บริการจะติดตั้งเซิร์ฟเวอร์จริงที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ๆ ไว้ใน Data Center ระดับมาตรฐาน
- สร้างสภาพแวดล้อมเสมือน (Virtualization): มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Hypervisor ลงบนเซิร์ฟเวอร์หลัก เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากร
- แบ่งปันทรัพยากร (Resource Allocation): Hypervisor จะแบ่งทรัพยากรอย่าง CPU, RAM และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ออกเป็นส่วน ๆ
- สร้างเซิร์ฟเวอร์เสมือน (Virtual Machines): ทรัพยากรที่ถูกแบ่งออกมา จะก่อให้เกิดเป็น Cloud Server (หรือ VM) หลาย ๆ เครื่องที่ทำงานแยกจากกันอย่างเด็ดขาด
- พร้อมใช้งาน (User Access): ผู้ใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึง Cloud Server ของตนเองได้ทันที และสามารถสั่งเพิ่มลดทรัพยากรได้แบบเรียลไทม์
4 ประโยชน์ของการใช้งาน Cloud Server
1.ยืดหยุ่นสูง ปรับขนาดง่าย
Cloud Server ช่วยให้องค์กรสามารถปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่นความต้องการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม CPU, RAM หรือ Storage ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องหยุดการทำงาน และช่วยขยายพื้นที่เก็บข้อมูลได้แบบไร้ขีดจำกัด
2.ลดความเสียหายจากปัญหาต่าง ๆ
ด้วยการทำงานของระบบ Cloud Server ที่มีการกระจายข้อมูลไปยัง Data Center หลายแห่งและมีระบบสำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากฮาร์ดแวร์เสียหายหรือการโจมตีทางไซเบอร์ ที่อาจทำให้ข้อมูลสูญหายและสร้างความเสียหายรุนแรงต่อองค์กร
3.ประหยัดงบประมาณ
การที่องค์กรใช้ Cloud Server จะช่วยลดต้นทุนการติดตั้งในฮาร์ดแวร์ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และค่าไฟฟ้าได้ เพราะธุรกิจจะจ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้งานจริง และสามารถปรับขนาดตามความต้องการได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการลงทุนล่วงหน้าในอุปกรณ์ที่อาจไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มกำลัง
4.ข้อมูลปลอดภัย
Cloud Server คือเซิร์ฟเวอร์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง ทั้งการป้องกัน Ransomware การเข้ารหัสข้อมูล และการตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวด โดยมีผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญด้าน IT คอยดูแลระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลในองค์กรจะปลอดภัยจากภัยคุกคามต่าง ๆ อย่างแน่นอน

วางรากฐานธุรกิจให้มั่นคงและพร้อมต่อยอดในอนาคต ติดต่อเรา
แนะนำผู้ให้บริการ Cloud Server เจ้าไหนดี
Microsoft Azure
Microsoft Azure หนึ่งในผู้ให้บริการ Cloud Server ชั้นนำของโลก ที่มีบริการครอบคลุมตั้งแต่ IaaS, PaaS ไปจนถึง SaaS โดยมีจุดเด่นคือการผสานรวมกับระบบ Microsoft อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Office 365 และ Windows Server อย่างราบรื่น และประยุกต์ใช้ AI และ Machine Learning ที่ทันสมัย เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
Huawei Cloud
Huawei Cloud ผู้ให้บริการชั้นนำด้าน Cloud Server ในภูมิภาคเอเชียจากบริษัท Huawei มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยี 5G และ AI ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย มาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับ Enterprise เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจในทุกขนาด
SiS Cloud
SiS Cloud เป็นผู้ให้บริการ Cloud Server ในประเทศไทยบนศูนย์ข้อมูล 2 แห่ง ได้แก่ Interlink IDC และ Genesis Data Center ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานด้านการจัดการความปลอดภัยระดับสากลอย่าง ISO/IEC 27001 และ CSA-STAR มีมาตรฐานการให้บริการที่เชื่อถือได้
Nutanix Cloud Infrastructure
Nutanix Cloud Infrastructure ผู้ให้บริการระบบ Cloud Server ที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพสูง และใช้งานได้อย่างง่าย ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถดูแลและจัดการ NCI ได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาอันจำกัด เพื่อลดความซับซ้อนในการดูแลรักษาระบบ
เพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล Cloud Server กับ Bhatara Progress
ปัจจุบัน Cloud Server ได้กลายเป็นเสาหลักของการปฏิวัติการทำงานแบบดิจิทัลในองค์กรทุกขนาด ด้วยความสามารถในการให้บริการที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ การแบ่งปันทรัพยากร และระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ทำให้องค์กรสามารถให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าของสินค้า มากกว่าการจัดการเทคโนโลยีที่ยุ่งยาก
Bhatara Progress พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณด้วย Server และ Data Storage ที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกความต้องการ เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบ Server ที่เหมาะสม จนถึงการดูแลรักษาระบบแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณก้าวเข้าสู่การทำงานด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cloud Server คืออะไร
Cloud Server คืออะไร?
Cloud Server คือระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่ทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผล หน่วยความจำ และพื้นที่เก็บข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์จริง
Google Drive เป็นเซิร์ฟเวอร์คลาวด์หรือไม่?
Google Drive เป็นบริการ Cloud Storage สำหรับจัดเก็บไฟล์ แต่ไม่ใช่ Cloud Server เพราะเว็บไซต์ Google Drive ใช้สำหรับเก็บและแบ่งปันไฟล์ ในขณะที่ Cloud Server เน้นไปที่การให้บริการด้านการประมวลผลข้อมูล
เราสามารถสร้าง Cloud Server ได้อย่างไร?
เราสามารถใช้ Cloud Server ได้หลายวิธี เช่น เลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการ Cloud หรือสร้าง Cloud Server เองโดยใช้ซอฟต์แวร์ Virtualization
ข้อมูลที่เก็บอยู่บน Cloud Server มีโอกาสสูญหายหรือไม่
โอกาสที่ข้อมูลจะสูญหายมีน้อยมาก ๆ เนื่องจากผู้ให้บริการ Cloud Server มาตรฐานจะมีการทำ Data Redundancy หรือการสำรองข้อมูลและกระจายไว้ใน Data Center หลายแห่ง หากมีเซิร์ฟเวอร์ใดขัดข้อง เซิร์ฟเวอร์สำรองจะทำงานแทนที่ทันที
Cloud Server มีการคิดค่าบริการอย่างไร
โดยทั่วไปแล้ว Cloud Server จะคิดค่าบริการในรูปแบบ “จ่ายตามการใช้งานจริง” (Pay-as-you-go) โดยประเมินจากขนาดทรัพยากรที่เลือกใช้ เช่น ความเร็ว CPU, ขนาดของ RAM, พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และปริมาณการรับส่งข้อมูล (Bandwidth) เป็นรายเดือนหรือรายชั่วโมง
ธุรกิจ SME ควรเริ่มต้นใช้งาน Cloud Server แบบไหนดี
สำหรับธุรกิจ SME แนะนำให้เริ่มต้นใช้งานแบบ “Public Cloud” เนื่องจากมีต้นทุนเริ่มต้นที่ต่ำ ไม่ต้องดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์เอง และสามารถปรับขนาด (Scale) ได้ง่ายเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นในอนาคต
ติดต่อเราได้ที่ Contact Us
หรือสอบถามข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่าง
โทร: 02 732 2090
Email: marketing@bhatarapro.com
LINE: @bhataraprogress