
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลเปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันก็ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย องค์กรธุรกิจยุคใหม่จึงไม่อาจพึ่งพาเพียงแค่ระบบป้องกันเครือข่ายแบบเดิมได้อีกต่อไป บทความนี้ ภัทร โปรเกรส (Bhatara Progress) ผู้ให้บริการ Solution สำหรับองค์กรแบบครบวงจร จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ FortiGate สุดยอดโซลูชันด้านความปลอดภัยเครือข่ายระดับโลกที่จะเข้ามาเป็นป้อมปราการด่านสำคัญในการปกป้องข้อมูลของธุรกิจ ไม่ว่าองค์กรของคุณจะมีการประมวลผลผ่าน ระบบ Server ในองค์กร หรือขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยบนคลาวด์ การวางรากฐานระบบป้องกันที่แข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มต้นคือหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนและปลอดภัย
FortiGate คืออะไร
FortiGate คือ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเครือข่ายประเภท Next-Generation Firewall (NGFW) ที่พัฒนาโดยบริษัท Fortinet ซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการคัดกรอง ตรวจสอบ และควบคุมการจราจรทางข้อมูล (Traffic) ที่เข้าและออกจากระบบเครือข่ายขององค์กร โดยมีความสามารถที่เหนือกว่า Firewall ทั่วไปในอดีตที่ตรวจสอบได้แค่พอร์ต (Port) หรือไอพีแอดเดรส (IP Address) แต่ FortiGate สามารถมองลึกเข้าไปถึงระดับแอปพลิเคชัน (Layer 7) ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่าข้อมูลที่ผ่านเข้ามานั้นเป็นแอปพลิเคชันเพื่อการทำงาน หรือเป็นมัลแวร์ที่แฝงตัวมาเพื่อโจมตีระบบ ถือเป็นการยกระดับ Cyber Security ให้กับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทำไม FortiGate ถึงเป็น Firewall ที่องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้
ในตลาดเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร มีตัวเลือกมากมายให้ผู้บริหารไอทีได้พิจารณา แต่เหตุผลที่ทำให้ FortiGate ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและได้รับความไว้วางใจจากองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ระดับโลก มีองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้
ชิปประมวลผล SPU (Security Processing Unit) เฉพาะทาง
ปัญหาหลักของการเปิดใช้งานฟีเจอร์ความปลอดภัยหลายอย่างพร้อมกันบน Firewall ทั่วไปคือ “ความหน่วง” หรือคอขวดของข้อมูล แต่ FortiGate ถูกออกแบบมาพร้อมกับชิป SPU (ASIC) ที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะทางเพื่อประมวลผลด้านความปลอดภัยโดยตรง ทำให้เครื่องสามารถสแกนไวรัส ถอดรหัส SSL หรือทำงานร่วมกับระบบป้องกันการบุกรุกได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของเครือข่าย
ระบบปฏิบัติการ FortiOS ที่ครอบคลุม
หัวใจในการขับเคลื่อนฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังคือ FortiOS ระบบปฏิบัติการที่ถูกออกแบบมาให้ผู้ดูแลระบบ (IT Admin) สามารถจัดการนโยบายความปลอดภัย (Security Policy) ตรวจสอบสถานะการทำงาน และออกรายงาน (Report) ได้จากหน้าจอควบคุมส่วนกลาง (Single Pane of Glass) ที่ใช้งานง่าย ไม่ว่าองค์กรจะมีสาขาเดียวหรือหลายสิบสาขาก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ
ได้รับการยอมรับจาก Gartner Magic Quadrant
ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรระดับ Enterprise ซึ่ง FortiGate ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม “ผู้นำ” (Leader) ในรายงาน Gartner Magic Quadrant สำหรับ Network Firewalls อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้เป็นการการันตีจากสถาบันวิจัยระดับโลกว่าเทคโนโลยีของ Fortinet มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลและสามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้อย่างแท้จริง

ฟีเจอร์ความปลอดภัยเด่นๆ ของ FortiGate มีอะไรบ้าง
การลงทุนใน FortiGate ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อกำแพงกันแฮกเกอร์ แต่คือการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร (Consolidated Security) ที่รวมเอาฟังก์ชันระดับองค์กรไว้ในอุปกรณ์เดียว
Web Filtering และ Antivirus
ระบบจะทำการคัดกรองเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมหรือมีความเสี่ยง รวมถึงสแกนไฟล์ที่ถูกดาวน์โหลดผ่านเครือข่ายด้วยระบบ Antivirus ประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันไม่ให้พนักงานเผลอดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย (Malicious Software) เข้ามาสร้างความเสียหายในระบบเครือข่ายภายใน
Intrusion Prevention System (IPS)
ระบบป้องกันการบุกรุกเครือข่าย ทำหน้าที่เปรียบเสมือนกล้องวงจรปิดพร้อมหน่วยสวาท ที่คอยเฝ้าระวังแพ็กเก็ตข้อมูลที่วิ่งไปมา หากพบพฤติกรรมหรือรูปแบบที่ตรงกับการโจมตี (Signatures) ระบบจะทำการบล็อกการเชื่อมต่อนั้นทันที เพื่อป้องกันช่องโหว่ (Vulnerabilities) ที่อาจถูกเจาะเข้ามา
ระบบ VPN (IPsec และ SSL VPN)
รองรับการเชื่อมต่อระยะไกลที่มีความปลอดภัยสูง ตอบโจทย์ยุคการทำงานแบบ Hybrid Work พนักงานสามารถรีโมทเข้ามาดึงข้อมูลหรือใช้งานระบบภายในได้อย่างปลอดภัยราวกับนั่งอยู่ในออฟฟิศ ไม่ว่าปลายทางของข้อมูลนั้นจะอยู่บนเซิร์ฟเวอร์สำนักงาน หรืออยู่บน Azure Cloud ระบบก็จะทำการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดเพื่อป้องกันการดักจับ
Secure SD-WAN ในตัว
นี่คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่ช่วยองค์กรประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาล FortiGate มาพร้อมกับความสามารถด้าน SD-WAN ที่ช่วยบริหารจัดการเส้นทางอินเทอร์เน็ตหลายสายพร้อมกันได้อย่างอัจฉริยะ สามารถสลับสายอินเทอร์เน็ตได้แบบไม่มีสะดุด (Failover) และรับประกันคุณภาพสัญญาณ ทำให้การเชื่อมต่อไปยังสาขาต่างๆ หรือการดึงข้อมูลจาก Cloud Server ทำได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพสูงสุด
FortiGuard Security Services หัวใจสำคัญของความปลอดภัย
อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ FortiGuard Security Services คือบริการ Subscription แบบรายปีที่เปรียบเสมือนสมองกลอัปเดตข้อมูลให้กับ FortiGate โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์จาก FortiGuard Labs คอยวิเคราะห์ไวรัส มัลแวร์ และเทคนิคการโจมตีใหม่ๆ ทั่วโลกด้วยระบบ AI และ Machine Learning จากนั้นจะทำการส่งข้อมูลอัปเดตแบบ Real-time กลับมาที่ตัวเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรของคุณจะได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามระดับ Zero-day อยู่เสมอ
วิธีเลือกซื้อ FortiGate ให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจของคุณ
การเลือกขนาดของ Firewall (Sizing) ให้พอดีกับการใช้งานเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่ากับการลงทุน
สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SMB) หรือสาขา
องค์กรที่มีพนักงานประมาณ 10-50 คน หรือเป็นสาขาย่อยของบริษัทใหญ่ แนะนำรุ่นในกลุ่ม Desktop Form Factor เช่น FortiGate 40F หรือ 60F ซึ่งมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่ยังคงได้รับความสามารถระดับ Next-Generation Firewall แบบเต็มรูปแบบ
สำหรับธุรกิจขนาดกลาง (Mid-Enterprise)
องค์กรที่มีผู้ใช้งาน 100-300 คน และมีการใช้งานระบบแอปพลิเคชันภายในที่หลากหลาย แนะนำรุ่นในระดับ 100F หรือ 200F Series ซึ่งจะรองรับปริมาณ Throughput (อัตราการรับส่งข้อมูล) ที่สูงขึ้น และมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่หลากหลายมากขึ้น รองรับการขยายตัวในอนาคต
สำหรับองค์กรขนาดใหญ่และ Data Center
องค์กรระดับ Enterprise หรือศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีผู้ใช้งานหลักพันคน และต้องการความเสถียรระดับสูงสุด ควรพิจารณารุ่น High-End เช่น FortiGate 1000 Series ขึ้นไป ที่มาพร้อมกับสเปกฮาร์ดแวร์ระดับท็อป รองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลระดับหลายร้อยกิกะบิตต่อวินาที (Gbps)

ปกป้องเครือข่ายองค์กรอย่างครอบคลุม ด้วย FortiGate
FortiGate คือโซลูชันด้านความปลอดภัยเครือข่ายที่ครอบคลุม ตอบโจทย์ตั้งแต่การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์เชิงลึก ไปจนถึงการบริหารจัดการแบนด์วิดท์อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกลงทุนใน Next-Generation Firewall ที่เหมาะสม ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้ข้อมูลอันมีค่าของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
Bhatara Progress เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและติดตั้งโปรแกรม โซลูชันสำหรับองค์กร เรามีประสบการณ์ในการช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานบนระบบดิจิทัล ด้วยโซลูชันที่ครบวงจรตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ การเลือกระบบที่เหมาะสม การติดตั้งและปรับแต่ง ไปจนถึงการฝึกอบรมและให้การสนับสนุนหลังการขาย เรามีความเชี่ยวชาญในระบบชั้นนำอย่าง Microsoft Dynamics 365 Supply Chain Management, Dynamics 365 Business Central และอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FortiGate
FortiGate ต่างจาก Router ทั่วไปอย่างไร
Router มีหน้าที่หลักเพียงแค่การหาเส้นทางและส่งต่อข้อมูล (Routing) จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ไม่สามารถตรวจสอบเนื้อหาเชิงลึกได้ ในขณะที่ FortiGate จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนจุดตรวจคนเข้าเมือง ที่สามารถสแกน วิเคราะห์ คัดกรองไวรัส ควบคุมการใช้งานแอปพลิเคชัน และบล็อกการโจมตีระดับสูงที่ Router ทั่วไปไม่สามารถทำได้
การใช้งาน FortiGate ต้องซื้อ License แบบรายปีหรือไม่
ตัวเครื่องฮาร์ดแวร์สามารถทำงานในฟังก์ชันพื้นฐานด้านเครือข่ายและการทำ Firewall Rules ได้ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่ต้องต่อ License แต่เพื่อให้ระบบสามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำให้ต่ออายุบริการ FortiGuard (Subscription) แบบราย 1 ปี, 3 ปี หรือ 5 ปี เพื่อให้ตัวเครื่องได้รับการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัส การป้องกันการบุกรุก และบัญชีรายชื่อเว็บอันตรายอย่างสม่ำเสมอ
ธุรกิจขนาดเล็ก จำเป็นต้องใช้ FortiGate หรือไม่
จำเป็นอย่างยิ่ง ในปัจจุบันแฮกเกอร์มักเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง (SMB) เนื่องจากมักมีระบบป้องกันที่หละหลวมกว่าองค์กรขนาดใหญ่ การลงทุนใน FortiGate รุ่นเริ่มต้นที่ราคาเข้าถึงได้ ถือเป็นการปิดประตูความเสี่ยงจากแรนซัมแวร์ (Ransomware) และการโจรกรรมข้อมูลได้อย่างคุ้มค่า
หากสนใจติดตั้ง FortiGate ควรเริ่มต้นอย่างไร
ขั้นตอนแรกคือการประเมินความต้องการขององค์กร เช่น จำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ความเร็วของอินเทอร์เน็ต (Bandwidth) และรูปแบบการเชื่อมต่อ (เช่น มีกี่สาขา มีการทำ VPN หรือไม่) หากต้องการความมั่นใจ สามารถติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Bhatara Progress เพื่อรับคำปรึกษาและออกแบบระบบ (Sizing & Design) ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ทันที