Adobe commerce คืออะไร?

Adobe commerce คืออะไร? ทำไมธุรกิจ B2B จึงควรใช้ พร้อมแนะนำ Adobe Commerce Partner

จาก Magento สู่การเป็น Adobe Commerce ที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของซอร์ฟแวร์ชื่อดังอย่าง Adobe แพลตฟอร์ม CMS (Content Management System) ที่ยืดหยุ่นนี้ เหมาะสำหรับการทำธุรกิจ E-commerce และการขายสินค้าออนไลน์ ด้วยจุดโดดเด่นของเครื่องมือการบริหารอย่างครบวงจรและมีส่วนช่วยให้ประสบการณ์ในการซื้อสินค้าของลูกค้าง่ายดายมากยิ่งขึ้น มาทำความรู้จักกับ Adobe commerce คืออะไร? ความสำคัญที่มีต่อธุรกิจ b2b ทำไมจึงดีกว่าแพลตฟอร์มอื่น? พร้อมข้อเปรียบเทียบ และแนะนำ Adobe Commerce Partner ของไทย ศึกษาเพิ่มเติมได้ในบทความนี้

Adobe commerce คืออะไร?

Adobe commerce คือ แพลตฟอร์มที่นำเสนอโซลูชั่น และเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับระบบการจัดการการทำธุรกิจ E-commerce แบบ B2B และ B2C รวมทั้งการขายสินค้าออนไลน์ทุกประเภท เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของธุรกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าให้ได้รับประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ดีขึ้น

เดิมทีระบบนี้มีชื่อว่า “Magento” และได้มีการเข้าซื้อกิจการโดย Adobe จึงได้กลายมาเป็นแพลตฟอร์ม “Adobe Commerce” ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Adobe Experience Cloud และได้มีการพัฒนาให้เป็น “Adobe Commerce Cloud” ให้มีความทันสมัย และใช้งานร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ ของ Adobe เช่น Analytics Cloud, Cloud Marketing และ Cloud Advertising ได้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือชั้นมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจ B2B กับ Adobe commerce ทำไมธุรกิจ b2b จึงควรใช้ Adobe commerce?

ธุรกิจ B2B (Business to Business) คือ การทำการค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ ธุรกิจ B2B เป็นธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจแห่งหนึ่ง และเจ้าของธุรกิจอีกแห่งหนึ่งทำธุรกิจร่วมกัน มิใช่การนำไปใช้ในการอุปโภค หรือบริโภคเอง ดังนั้นการทำงานร่วมกันจึงควรมีระบบออนไลน์ระบบใดระบบหนึ่งเข้ามาเป็นศูนย์กลางในการจัดการ และประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจทั้ง 2 แบบ

ลักษณะของธุรกิจ B2B จะเป็นผู้ซื้อระดับองค์กรที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยจะเน้นไปที่เรื่องความน่าเชื่อถือ และเรื่องคุณภาพของสินค้าเป็นหลัก ดังนั้นจะมีการซื้อในปริมาณมาก หรือมีมูลค่าสูง นอกจากนี้ยังใช้เวลานานในกระบวนการจัดซื้อ และเกิดการเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมธุรกิจ b2b จึงควรใช้ Adobe commerce

 

หากไม่มีการใช้ระบบในการจัดการที่ดี การซื้อขายสินค้าในปริมาณมาก ๆ อาจจะเป็นสาเหตุของความผิดพลาดได้ง่ายขึ้น การใช้เครื่องมือ Adobe commerce ที่มีหน้า Dashboard เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของข้อมูลเชิงลึกที่มีนัยสำคัญต่อกลยุทธ์ของธุรกิจ และการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับแพลตฟอร์มภายนอก เช่น Amazon, Microsoft ERP ได้ ก็จะนับว่ามีความได้เปรียบมากกว่า นอกจากนี้ Adobe commerce ยังเป็นระบบ CMS ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับขนาดของเว็บไซต์ และแพลตฟอร์มได้ตามความเหมาะสม

เปรียบเทียบ Adobe commerce กับแพลตฟอร์มอื่น ทำไม  Adobe commerce  ถึงดีกว่า? 

ข้อเปรียบเทียบ

Adobe Commerce

แพลตฟอร์มอื่น ๆ

ความยืดหยุ่น การปรับขนาด และความคล่องตัว

สามารถจัดการแบรนด์ทั้งหมดได้ด้วยระบบคลาวด์ระบบเดียว อีกทั้งมีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดได้ตามที่ต้องการ

ไม่สามารถใช้ระบบคลาวด์ระบบเดียวในการจัดการแบรนด์ทั้งหมดได้ โดยอาจมีค่าใช้จ่ายทางด้านเทคนิคที่เพิ่มขึ้นด้วย

ทีมสนับสนุน

 

มีทีมนักพัฒนาที่เชี่ยวชาญกว่า 315,000 รายทั่วโลก

มีขีดข้อจำกัดด้านการสนับสนุน

เครื่องมือทางการตลาด

 

ด้วยเครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ดีที่สุด จึงสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้อย่างครอบคลุม เช่น บริการการชำระเงิน การทำการตลาด เป็นต้น

การประยุกต์ใช้เข้ากับเครื่องมือทางการตลาดทำได้ยาก และใช้เวลานานกว่า อาจต้องใช้ความรู้เฉพาะทางร่วมด้วย

รูปแบบธุรกิจที่รองรับ

 

เหมาะสำหรับธุรกิจ B2B ที่ต้องการความยืดหยุ่น และมีโมเดลของธุรกิจที่ค่อนข้างซับซ้อน สามารถจัดการได้ทั้งหมดในแพลตฟอร์มเดียว

ไม่สามารถรองรับธุรกิจได้มากกว่า 1 รูปแบบ บน 1 แพลตฟอร์ม

ความพร้อมในการเข้าสู่ตลาด

สามารถเริ่มใช้งาน และเข้าสู่ตลาดได้เร็วกว่า ด้วยเครื่องมือทางการตลาดที่พร้อมใช้งาน และทันสมัย

ไม่มีฟีเจอร์ที่พร้อมใช้งานได้ทันที  การเข้าสู่ตลาดจึงใช้เวลานานกว่า และยุ่งยากกว่า

Frontend และ backend ที่ยืดหยุ่น

 

มีระบบ Backend ที่เชื่อมต่อด้วย API ที่มีประสิทธิภาพ แยกกันกับ PWA Studio เพื่อให้สามารถตั้งค่าได้ตามที่ต้องการ รวมทั้งเป็นระบบ CMS ที่ใช้งานร่วมกันกับ Adobe Experience Manager จึงมีเครื่องมือที่ครบวงจร

ไม่มี Frontend หรืออาจถูกจำกัดการใช้งานได้


บริษัท ภัทร โปรเกรส จำกัด กับการเป็น Adobe Commerce partner ในประเทศไทย 

Adobe Commerce เป็นบริษัทซอร์ฟแวร์ชั้นแนวหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงได้มีการร่วมมือกับบริษัทพาร์ทเนอร์ทั่วโลก เพื่อพัฒนาประสบการณ์ในการใช้บริการของลูกค้าให้ตอบโจทย์มากที่สุด ซึ่งในประเทศไทย บริษัท ภัทร โปรเกรส เป็นหนึ่งใน Ecommerce Agency ชั้นแนวหน้าที่ได้ร่วมเป็น Adobe Commerce partner นำเสนอการบริการด้านซอฟต์แวร์ และระบบบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชิงลึกด้านการขาย การให้บริการลูกค้า ช่องทางการขายออนไลน์และออฟไลน์ ระบบ Light & Lean เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร บัญชีและการชำระเงิน งานจัดการบุคลากร การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบฐานข้อมูลตามมาตรฐาน GDPR และ PDPA ระดับสากล 

สรุปบทบาทของ E Commerce กับธุรกิจ b2b ในปี 2023 

การทำธุรกิจ e-commerce ประเภท B2B ไม่ว่าในปัจจุบัน หรือในอนาคต เจ้าของกิจการควรพิจารณาการใช้ระบบออนไลน์ที่สามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้อย่างครอบคลุม พร้อมใช้งาน ประหยัดต้นทุน และตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจัดการช่องทางการซื้อขาย แบรนด์สินค้า หรือเว็บไซต์ รวมทั้งระบบการจัดการ Frontend-Backend ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากการทำธุรกิจ e-commerce จะไม่สามารถวัดผลได้ในระยะเวลาอันสั้นได้

นอกจากนี้ E-commerce ในอนาคตจะมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมไร้เงินสดอย่างในปัจจุบันที่คนส่วนมากนิยมใช้ความสะดวกสบายของระบบออนไลน์มากกว่า เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น เราอาจจะได้เห็นอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซที่เติบโตมากขึ้น เกิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซหน้าใหม่ที่มีการปรับใช้เทคโนโลยี หรือโซลูชั่นใหม่มากขึ้นด้วย