4 ประโยชน์ระบบ AI ทำไมทุกธุรกิจควรนำมาประยุกต์ใช้?_Nov 63

เกือบทุกครั้งที่เราคีย์บางคำ บางประโยค เราไม่ต้องเสียเวลาคีย์เต็มๆ เพราะ AI จะแนะนำคำ หรือต่อคำนั้นๆ ให้เราทันที นั่นคือ AI กำลังทำหน้าที่อย่างฉลาด เข้าใจความต้องการก่อนที่เราจะแจ้งเรื่องราวทั้งหมด เช่น ระบบ Agoda, Booking, Lazada, โปรแกรม Chatbot ช่วยตอบลูกค้า หรือ แอพ Google Maps ช่วยคำนวนเส้นทางที่เร็วที่สุด ดังนั้นหากคุณทำธุรกิจ โดยไม่หวังพึ่ง AI คุณคิดว่าคุณจะทำธุรกิจได้เท่าทันคู่แข่งที่ใช้ AI หรือไม่ คุณจะช่วยให้ลูกค้าคุณเลือกสินค้าอย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างไร วันนี้ Bhatara Progress เลยคัด 4 ประโยชน์ของการใช้ระบบ AI ต่อกระบวนการทำงานภายในธุรกิจมาให้คุณโดยเฉพาะ

รวมข้อดีของการใช้ระบบ AI ต่อธุรกิจของคุณ

 

จุดเด่นหนึ่งของ AI ที่ทำให้กลายเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตก็คือ ความสามารถในการเรียนรู้ข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว แล้วนำมาคิดวิเคราะห์เองได้เหมือนกับมนุษย์ และยังสามารถช่วยตัดสินใจ หาทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดให้กับเรา

จากความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของ AI ที่นับวันจะถูกพัฒนาให้ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกที่ AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างผลกำไร พัฒนาระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งธุรกิจที่นำ AI มาใช้ประโยชน์ อาทิเช่น การเงิน, อีคอมเมิร์ซ, การแพทย์ หรือ โลกจิสติกส์ และอื่นๆ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดู 4 ข้อดีของการใช้ระบบ AI พัฒนาธุรกิจกันดีกว่า

 1.วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก คาดคะเนความน่าจะเป็นอย่างแม่นยำ 

ในปัจจุบันที่ข้อมูลทุกอย่างถูกจัดเก็บบนโลกดิจิทัล คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยหากเราจะนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะเสียทั้งแรงกายและเวลาแล้ว โอกาสวิเคราะห์แล้วเกิดข้อผิดพลาดก็มีมากกว่า

 

การใช้เทคโนโลยี AI สามารถช่วยในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้อย่างแม่นยำ และมีข้อผิดพลาดน้อยมาก ต่างกับการทำงานของปุถุชนที่มีเวลาเหนื่อยล้า มีอารมณ์ และยิ่งมีข้อมูลมากก็ยิ่งยากในการวิเคราะห์ ยิ่งสับสน

ในทางกลับกัน AI กลับเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งมีข้อมูลให้ระบบเรียนรู้มากเท่าไหร่ ความแม่นยำของข้อมูลก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น ข้อมูลที่คุณจะได้ไม่เพียงแค่ข้อมูลเชิงสถิติ แต่หมายถึงข้อมูลการคาดการณ์เทรนด์และความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย คุณจะเห็นข้อมูลที่ผู้อื่นไม่เห็น หรือเห็นก่อน และนั่นคือโอกาสในการทำธุรกิจของคุณ

 2.ลดต้นทุนการดำเนินงาน

มีการพิสูจน์แล้วว่าการใช้งาน AI มาประยุกต์ใช้กับระบบการทำงานธุรกิจสามารถลดต้นทุกได้มากถึง 25%-40% เพราะระบบการทำงานของ AI มีความชาญฉลาดสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ด้วยตัวเอง และทำงานแบบอัตโนมัติอย่างแม่นยำ ทำให้ระบบการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานมนุษย์

 

ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ข้องมูลต่าง ๆ ที่เมื่อก่อนจำเป็นต้องพึ่งพาคนจำนวนมากในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ แต่ตอนนี้กลับสามารถแทนที่การทำงานในส่วนนี้ได้ด้วย AI เพียงระบบเดียว และยังสามารถช่วยลดต้นทุนในการทำงานผิดพลาดของมนุษย์อีกด้วย

 3.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการลูกค้าแบบ 24 ชั่วโมง

ประโยชน์ด้านนี้ถูกนำมาใช้เป็นอย่างมากในรูปแบบของ Chatbot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของการบริการลูกค้า ลองคิดดูว่าน่าเสียดายแค่ไหนหากยอดขายของคุณต้องเสียไป เพียงเพราะคุณไม่สามารถตอบคำถามในเวลาที่ลูกค้าต้องการได้

 

การทำงานของระบบ AI เป็นการทำงานแบบ 24 ชั่วโมงไม่มีพักและไม่เกิดการเหนื่อยล้า ทำให้คุณไม่พลาดโอกาสในการขายในทุกช่วงเวลา อีกทั้งระบบการเรียนรู้ของ AI ที่ใช้ประวัติข้อมูลที่ผ่านมาของลูกค้าแต่ละคนมาประมวลผล จะช่วยให้เรารู้ถึงความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ส่งผลให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้น รวมถึงเพิ่มความพึงพอใจในบริการให้กับลูกค้าจนเกิดเป็น ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

 4.ประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time

AI ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับงานในรูปแบบที่ต้องมีการอัพเดทข้อมูลแบบ Real-time โดยส่วนมากถูกใช้งานเพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือธุรกิจจัดการสื่อสารกับลูกค้าเป็นจำนวนมากผ่าน Application

 

ตัวอย่างเช่น บริษัทจัดส่งเส้นบะหมี่ เนื้อราคาแพง ไวน์ ที่คุณสมบัติ รสชาติมีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิ  ก็จะใช้ smart control และ AI ควบคู่กันไป เพื่อยืนยันกับลูกค้าว่าสินค้ายังคงคุณภาพ 100% อีกตัวอย่างคือการใช้ระบบตรวจนับการทำงานของเครื่องจักร คำนวณชั่วโมงการทำงาน หรือ จำนวนครั้ง หรือ จำนวนรอบในการทำงานเพื่อการจัดการเรื่อง preventive maintenance ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแต่ช่วยลดต้นทุน หรือ บริษัทคมนาคมที่ประยุกต์ใช้ AI ให้ผู้ใช้งานติดตามตำแหน่งของรถบัส และคาดการณ์เวลาที่จะมาถึงป้ายแบบ Real-Time และระบบที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง Google ใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อนำมาคำนวณเส้นทางที่สั้นและเร็วที่สุด ณ เวลานั้นๆ เช่นกัน

Microsoft Dynamic 365 ตัวช่วยจัดการธุรกิจด้วยระบบ AI

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการทำงานธุรกิจ Microsoft Dynamic 365 เป็นระบบประสาน ERP (Enterprise Resource Planning) และ CE (Customer Engagement) เข้าด้วยกันในระบบเดียวอย่างอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI, AR, IoT และ Robot ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจแบบ Automate System อย่างสมบูรณ์

 

ผู้ใช้งานทุกแผนกในองค์กรทั้ง Sales, Purchase, Warehouse, Production, HR, Customer Service ฯลฯ จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมองเห็นข้อมูลที่จำเป็นในระบบได้แบบ Real-time อีกทั้งข้อมูลยังถูกนำมาวิเคราะห์ เพื่อคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าและนำมาแสดงผลเป็น Dashboard ผ่านโปรแกรม Power BI

 

ด้วย Microsoft Dynamic 365 ธุรกิจของคุณจะเข้าสู่ Digital Transformation อย่างเต็มตัว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันในระยะยาว